ตำรวจค้นบ้านพี่ชาย “บังฟิต” หาหลักฐานฆ่า “เสี่ยสุชาติ” โผล่มอบตัวแล้ว 1

168

ตำรวจถือหมายค้น เข้าตรวจสอบบ้าน “กิบหลี” พี่ชาย “บังฟิต” หาหลักฐานเพิ่มเติมคลี่คลายคดีอุ้มฆ่าฝังดิน นายสุชาติ ขาวล้วน หรือ “เสี่ยสุชาติ” อย่างโหดเหี้ยม ล่าสุด 1 ใน 3 พี่น้อง “เริงสมุทร” เข้ามอบตัวแล้ว ถูกเค้นสอบเครียดจนยอมเปิดปากรับสารภาพ

จากคดีสังหารโหดนายสุชาติ ขาวล้วน หรือ “เสี่ยสุชาติ” อายุ 53 ปี หนุ่มใหญ่ที่หายตัวปริศนาไปตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาลูกสาว และญาติ ประกาศตามหาตัวผ่านโซเชียล และเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำทับ จ.กระบี่ จนสุดท้ายพบถูกฆ่าฝังดินในพื้นที่สวนยาง หมู่ 1 บ้านหนองแบก ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ ขณะที่รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ที่ขับมาในวันหายตัว ก็ถูกเผาแล้วฝังไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน ใกล้กับบ้านของนายสุริยา หรือบังฟิต เริงสมุทร อายุ 31 ปี ซึ่งผู้ตายบอกกับญาติไว้ว่าวันเกิดเหตุ เดินทางไปหาบังฟิต เพื่อไปทวงเงินที่ติด โดยบังฟิต นัดให้ไปรับเงินจำนวน 50,000 บาท ทางตำรวจตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจคลี่คลายคดี จนสามารถออกหมายจับทีมสังหารโหดได้ 3 คน คือ นายสุริยา หรือบังฟิต นายสุรชัย หรือกิบหลี เริงสมุทร อายุ 37 ปี พี่ชายบังฟิต และนายสุวิทย์ เริงสมุทร อายุ 25 ปี ญาติผู้น้อง

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีสังหารโหดนายสุชาติ ขาวล้วน นำโดย พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.ปพ.ภ.8 พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง พ.ต.ท.สมพร ทิพย์อาภากุล รอง ผกก.สส.สภ.อ่าวนาง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.8 ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.กระบี่ ชุดสืบสวน สภ.อ่าวนาง ร่วม 30 นาย พร้อมหมายค้น เข้าตรวจสอบเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ 3 จุด ประกอบด้วย บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.หนองทะเล ซึ่งเป็นบ้านของนายสุรชัย หรือกิบหลี เริงสมุทร อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ

จุดที่ 2 เป็นขนำไม่มีเลขที่ ใกล้กับบ้านนายสุรชัย ซึ่งเป็นขนำของนายสุริยา หรือบังฟิต และอีกจุดห่างไปประมาณ 100 เมตร เป็นบ้านของนายจำนงค์ หรือขาว จันทร์อ่อน อายุ 51 ปี เลขที่ 122 ซึ่งเป็นญาติ และเครือข่ายของนายสุริยา โดยชุดสืบสวนต้องการหาพยานหลักฐาน ที่จะเชื่อมโยงการฆาตกรรมสุดโหดในครั้งนี้

เมื่อไปถึงหน้าบ้านของนายสุรชัย หรือกิบหลี พบว่าบ้านชั้นเดียว ปิดประตูมิดชิด ไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน ทางตำรวจจึงไปเชิญตัวนายสุจิน เริงสมุทร อายุ 62 ปี พ่อของนายสุริยา และนายสุรชัย ให้มาเป็นพยานในการเข้าตรวจสอบ โดยนายสุจิน อนุญาตให้ตำรวจงัดหน้าต่างบ้าน เพื่อเข้าไปภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงงัดหน้าต่างกระจกข้างบ้าน เข้าไปเปิดประตู ก่อนเข้าตรวจสอบในบ้าน และยึดเอาหลักฐานที่อาจจะเชื่อมโยงคดี อาทิ เสื้อผ้า กล่องใส่โทรศัพท์ กล้องวงจรปิดรอบบ้าน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมถึงรถกระบะ 2 คัน เป็นรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ 4 ประตู สีส้ม ทะเบียน กจ 9885 กระบี่ และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ตอนเดียว สีขาว ทะเบียน บพ 168 กระบี่ ของนายสุรชัย หรือกิบหลี และรถจักรยานยนต์ไม่ปิดป้ายทะเบียน 1 คัน ไปตรวจสอบทั้งหมด โดยให้ เจ้าหน้าที่ชุด พฐ.กระบี่ เก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงบนรถ รวมถึงร่องรอยบนผ้ายางปูพื้นรถ เพื่อหาร่องรอยคราบเลือด พร้อมทั้งเชิญตัวนายสุจิน ไปให้การเพิ่มเติมที่ สภ.อ่าวนาง

ส่วนจุดที่ 2 เป็นขนำของบังฟิต พบว่าเป็นขนำที่เพิ่งสร้างได้ไม่นาน ไม่มีข้าวของเก็บภายใน และไม่มีคนอยู่อาศัย จุดที่ 3 บ้านของนายจำนงค์ หรือขาว คนสนิทของบังฟิต เจ้าหน้าที่ไม่พบเจ้าตัวอยู่บ้าน มีเพียงลูกและภรรยา จึงสอบถามข้อมูลบางอย่างจากภรรยานายจำนงค์ และยึดหลักฐานบางอย่างไปตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีรายงานจากตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ เริงสมุทร อายุ 25 ปี ญาติผู้น้องของบังฟิต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ เดินทางเข้าแสดงตัวกับตำรวจที่ สภ.อ่าวนาง โดยตำรวจนำตัวเข้าไปสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดตลอดทั้งคืน ซึ่งในช่วงแรกนายสุวิทย์ ยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสังหารโหดครั้งนี้ แต่เมื่อถูกชุดสืบสวนสอบเค้นทั้งคืน จนนายสุวิทย์ ยอมเปิดปากรับสารภาพในเบื้องต้นว่า ตัวเองมีส่วนร่วม โดยนายสุริยา หรือบังฟิต เป็นคนลงมือยิงนายสุชาติ จนเสียชีวิตและนำปืนก่อเหตุไปทิ้งในป่าไม่ไกลจากจุดพบศพ หลังจากนั้น ติดต่อให้ตนประสานหารถแบ็กโฮ ไปขุดหลุมเพื่อฝังรถของนายสุชาติ โดยการว่าจ้างรถแบ็กโฮเป็นเงิน 2,000 บาท ตำรวจจึงคุมตัวนายสุวิทย์ ไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

ในส่วนของการติดตามทีมสังหารโหด เบื้องต้น ชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวบังฟิต และกิบหลี 2 พี่น้อง รวมถึงลงพื้นที่หาจุดที่คาดว่าบังฟิต นำปืนที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้ง เพื่อค้นหาปืนกระบอกดังกล่าว ในส่วนของศพผู้เสียชีวิต ตำรวจได้รับการประสานจาก รพ.ว่าผลการผ่าศพในเบื้องต้น ยังไม่พบหัวกระสุนที่คาดว่ายังฝังอยู่ในร่าง ทำให้ต้องนำศพไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกรอบ เพื่อหาหัวกระสุน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ

ด้านนายสุจิน พ่อของบังฟิต เปิดใจด้วยว่า ตามที่เห็นข่าวทางสื่อ บอกว่าบังฟิต และกิบหลี ลูกชายทั้ง 2 คน เป็นกลุ่มอิทธิพล และค้ายาเสพติดในพื้นที่ ยืนยันว่าลูกของตนไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล หรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยปกติบังฟิต จะเป็นคนมีนิสัยดี ชอบช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้าน เวลามีงานทำบุญก็มักจะไปร่วมทำบุญกับชาวบ้านอยู่เสมอ ส่วนที่ถูกออกหมายจับกล่าวหาว่าเป็นทีมสังหารนายสุชาตินั้น โดยส่วนตัวตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนลงมือทำ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หากลูกชายติดตามข่าว ก็อยากให้เข้ามอบตัวกับตำรวจทั้ง 2 คน เพื่อมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่หากลูกเป็นคนลงมือทำจริง ตนในฐานะพ่อก็ต้องขอโทษไปยังญาติของผู้เสียชีวิตด้วย.

สำนักข่าว : ไทยรัฐ

รับทำเว็บไซต์ 0843193689

รับทำเว็บไซต์